skip to main | skip to sidebar

กฎหมายปกครอง

 
  • RSS
  • Facebook
  • Twitter
  • Linkedin
  • Youtube
  • หน้าแรก
  • การควบคุมฝ่ายบริหาร
  • การจัดระเบียบบริหาร
    • ราชการท้องถิ่น
    • ราชการแผ่นดิน
  • พระราชบัญญัติ
    • พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535
    • พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
  • หลักนิติรัฐ
  • อำนาจของศาลปกครองไทย
วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

เขียนโดย ปฐมาภรณ์ รักเวช ที่ 14:28 – 0 ความคิดเห็น
 
การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
หลักการรวมอำนาจปกครอง
(Centralization)

    เป็นหลักที่รวมอำนาจในการปกครองไว้ที่ส่วนกลาง ได้แก่ กระทรวง ทบวง กรม และใช้อำนาจปกครองโดยเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง ตามลำดับการบังคับบัญชา
    ลักษณะสำคัญของหลักการรวมอำนาจปกครอง
    1.มีการรวมกำลังในการบังคับต่างๆ คือกำลังทหาร ตำรวจ ขึ้นต่อส่วนกลางทั้งสิ้น
    2.มีการรวมคำวินิจฉัยสั่งการไว้ที่ส่วนกลาง
    3.มีลำดับขั้นการบังคับบัญชาเจ้าหน้าที่
การบังคับบัญชา คือ เจ้าหน้าที่ผู้มีตำแหน่งสูงมีอำนาจบังคับบัญชาเหนือเจ้าหน้าที่ผู้มีตำแหน่งรองซึ่งเป็นอำนาจที่ไม่มีเงื่อนไข[1]
    อำนาจของผู้บังคับบัญชามี 4 ประการคือ
    1.อำนาจออกคำสั่ง
    2.อำนาจควบคุมกิจการ
    3.อำนาจที่จะลงโทษทางวินัย
    4.อำนาจที่จะให้บำเหน็จความดีความชอบ
การรวมอำนาจปกครองจำแนกออกเป็น 2 ประเภทคือ
    1.การรวมศูนย์อำนาจปกครอง(Concentration)  การปกครองแบบนี้อำนาจในการตัดสินใจอยู่ที่ส่วนกลางทั้งสิ้น ไม่มีการมอบอำนาจการตัดสินใจบางระดับบางเรื่องไปให้แก่เจ้าหน้าที่ของส่วนกลางที่ถูกส่งออกไปประจำอยู่ในภูมิภาค[2]
 2.การกระจายศูนย์รวมอำนาจปกครอง หรือแบ่งอำนาจปกครอง(Deconcentration)
    เป็นการที่ส่วนกลางได้มอบอำนาจการตัดสินใจให้คนของส่วนกลางที่ไปประจำยังภูมิภาค[3] ปกติการมอบอำนาจการตัดสินใจมีอยู่ 2 ลักษณะคือ
        1.มอบอำนาจโดยทางกฎหมาย
         เป็นการที่กฎหมายกำหนดไว้เลยว่าอำนาจหน้าที่นั้นๆอยู่กับเจ้าหน้าที่ส่วนภูมิภาค
        2.การมอบอำนาจโดยส่วนกลาง
         เป็นกรณีที่อำนาจที่แท้จริงอยู่ที่เจ้าหน้าที่ส่วนกลาง เช่น อธิบดี(ส่วนกลาง) มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด(ส่วนภูมิภาค)
     การแบ่งอำนาจเช่นนี้ยังอยู่ภายใต้อำนาจบังคับบัญชาของส่วนกลาง และการใช้อำนาจบังคับบัญชานี้จะต้องชอบด้วยกฎหมาย
     การจัดระเบียบบริหารราชการบริหารส่วนภูมิภาคแบ่งออกเป็น
     1.จังหวัด ซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคล
     2.อำเภอ ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล
หลักการกระจายอำนาจปกครอง
(Decentralization)
  
  เป็นการที่มอบอำนาจปกครองให้แก่องค์กรอื่นนอกจากส่วนกลาง โดยไม่ต้องขึ้นอยู่ในความบังคับบัญชา เพียงแต่ขึ้นอยู่ในความควบคุมกำกับเท่านั้น
   การควบคุมกำกับนั้น องค์กรควบคุมกำกับไม่มีอำนาจสั่งการให้องค์กรภายใต้การควบคุมกำกับปฏิบัติ การตามที่เห็นสมควร เพียงแต่ควบคุมให้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นอำนาจที่มีเงื่อนไข[4]
   ลักษณะสำคัญของหลักการกระจายอำนาจ
    1.มีองค์การซึ่งเป็นนิติบุคคลแยกไปต่างหากจากราชการบริหารส่วนกลาง
    2.เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานขององค์การไม่ขึ้นกับการบังคับบัญชาของส่วนกลาง
    3.องค์การมีความเป็นอิสระในการดำเนินการ
   จากหลักการปกครองแบบกระจายอำนาจ นำไปสู่การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการกระจายอำนาจทางพื้นที่
   องค์ประกอบของการปกครองท้องถิ่นมีดังนี้
    1.มีพื้นที่รับผิดชอบชัดเจน
    2.มีฐานะเป็นนิติบุคคล
    3.มีองค์กรเป็นของตนเอง
    4.มีกิจการเกี่ยวข้องกับประโยชน์ของตนเอง
    5.มีการกำกับดูแลจากรัฐ
  การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่นปัจจุบันมีอยู่ 2 ระบบคือ
   1.ระบบทั่วไป คือ เทศบาล สุขาภิบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด
   2.ระบบพิเศษ คือ กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา

  รัฐธรรมนูญได้บัญญัติเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ในมาตรา 282-290 ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้
    1.ความเป็นอิสระ มาตรา282 รัฐจะต้องให้ความเป็นอิสระแก่องค์กรปกครองท้องถิ่นตามหลักการกระจายอำนาจ
    2.โครงสร้างขององค์กรปกครองท้องถิ่น มาตรา285 องค์กรท้องถิ่นต้องประกอบด้วยสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารหรือผู้บริหารท้อง ถิ่น และให้สมาชิกสภาท้องถิ่นมาจากการเลือกตั้ง ส่วนคณะผู้บริหารหรือผู้บริหารท้องถิ่นให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ ประชาชนหรือมาจากความเห็นชอบของสภาท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่นและคณะผู้บริหารหรือผู้บริหารท้องถิ่นมีวาระดำรงตำแหน่ง คราวละ4ปี
    3.อำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองท้องถิ่น มาตรา289 หน้าที่บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นหรือวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
        มาตรา290 การจัดการบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่และนอกพื้นที่ เฉพาะกรณีที่อาจมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในพื้นที่
    4.รายได้ขององค์กรส่วนท้องถิ่น มาตรา284 ให้มีการจัดเก็บภาษีและอากรระหว่างรัฐกับองค์กรส่วนท้องถิ่นและระหว่างองค์กรส่วนท้องถิ่นด้วยกัน
    5.การบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรา288 การแต่งตั้งพนักงานและลูกจ้างขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง ต้องเป็นไปตามความต้องการและเหมาะสม และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น ส่วนการโยกย้าย เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน และการลงโทษพนักงานและลูกจ้างต้องเป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ[5]
    6.การมีส่วนร่วมของประชาชน มาตรา286และมาตรา287 ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่า3ใน4 สามารถถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นได้ และผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งมีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธาน สภาท้องถิ่นเพื่อให้สภาพิจารณาข้อบัญญัติท้องถิ่นได้
    7.การกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรา283 การกำกับดูแลท้องถิ่นจะต้องทำเท่าที่จำเป็นตามที่กฎหมายบัญญัติ และเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของท้องถิ่นหรือประโยชน์ของประเทศส่วนรวม

  สรุป รัฐธรรมนูญได้บัญญัติถึงสาระสำคัญต่างๆเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ ดังนั้นการดำเนินการของส่วนราชการหรือส่วนภูมิภาคต้องสอดคล้องกับบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญด้วย



[1] ดร.ชาญชัย แสวงศักดิ์, คำอธิบายกฎหมายปกครอง, พิมพ์ครั้งที่ 16, (กรุงเทพฯ : บริษัท สำนักพิมพ์วิญญูชน จำกัด, 2553), หน้า 125.
[2] ดร.วรพจน์ วิศรุตพิชญ์, หลักการพื้นฐานของกฎหมายปกครอง, (กรุงเทพฯ : บริษัท ธรรมสาร จำกัด, 2538), หน้า 99.
[3] ดร.วรพจน์ วิศรุตพิชญ์, หลักการพื้นฐานของกฎหมายปกครอง, (กรุงเทพฯ : บริษัท ธรรมสาร จำกัด, 2538), หน้า 100.
[4] ประยูร กาญจนดุล, คำบรรยายกฎหมายปกครอง, พิมพ์ครั้งที่ 4, (กรุงเทพฯ : บริษัท สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2538), หน้า 179.
[5] ประยูร กาญจนดุล, คำบรรยายกฎหมายปกครอง, พิมพ์ครั้งที่ 4, (กรุงเทพฯ : บริษัท สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2538), หน้า 182. 
                                                                        

บรรณานุกรม 
ชาญชัย แสวงศักดิ์,ดร. คำอธิบายกฎหมายปกครอง. พิมพ์ครั้งที่16. กรุงเทพฯ : วิญญูชน, 2553.

วรพจน์ วิศรุตพิชญ์,ดร. หลักการพื้นฐานของกฎหมายปกครอง. กรุงเทพฯ : ธรรมสาร, 2538.
ประยูร กาญจนดุล. คำบรรยายกฎหมายปกครอง. พิมพ์ครั้งที่4. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2538.
กมลชัย รัตนสกาววงศ์,รศ. กฎหมายปกครอง. พิมพ์ครั้งที่7. กรุงเทพฯ : วิญญูชน, 2553.
กฎหมายปกครอง. [ออนไลน์].  เข้าถึงได้จาก : http://www.lawsiam.com/?name=webboard&file=read&id=1070.  (วันที่ค้นข้อมูล : 30 กรกฎาคม 2554).


ป้ายกำกับ: การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ส่งอีเมลข้อมูลนี้BlogThis!แชร์ไปยัง Xแชร์ไปที่ Facebookแชร์ใน Pinterest

Leave a Reply

บทความใหม่กว่า บทความที่เก่ากว่า
สมัครสมาชิก: ส่งความคิดเห็น (Atom)
  • Menu
  • Recent
  • Archives

กฎหมายปกครอง

  • การควบคุมฝ่ายบริหาร
  • การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
  • การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
  • พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535
  • พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
  • หลักนิติรัฐ
  • อำนาจของศาลปกครองไทย

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

กฎหมายปกครอง

บทความที่ได้รับความนิยม

  • หลักนิติรัฐ
    หลักนิติรัฐ   "หลักนิติรัฐ" คือหลักการที่รัฐและหน่วยงานของรัฐใช้อำนาจดำเนิน การเพื่อประโยชน์สาธารณะในฐานะที่เหนือกว่าเอกชน กฎหมายน...
  • การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
    การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หลักการรวมอำนาจปกครอง (Centralization)     เป็นหลักที่รวมอำนาจในการปกครองไว้ที่ส่วนกลาง ได้แก่ กระทรวง ทบว...
  • การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
    การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล   องค์การบริหารส่วนตำบล ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่...
  • อำนาจของศาลปกครองไทย
    อำนาจของศาลปกครองไทย     ศาลปกครองเป็นศาลที่มีอำนาจวินิจฉัยว่าการกระทำทางปกครอง คำสั่งทางปกครอง นิติกรรมทางปกครอง ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หากไม...

About Me

รูปภาพของฉัน
ปฐมาภรณ์ รักเวช
รักการเดินทาง
ดูโปรไฟล์ทั้งหมดของฉัน

Archives

  • ▼  2011 (7)
    • ►  สิงหาคม (2)
    • ▼  กรกฎาคม (5)
      • การจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
      • การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
      • การควบคุมฝ่ายบริหาร
      • พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535
      • พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539
 
 
 
© 2011 กฎหมายปกครอง | Designs by Web2feel & Fab Themes

Bloggerized by DheTemplate.com - Main Blogger